สรุปครบ! เหล็กที่ขายในท้องตลาดมีกี่ประเภท และเลือกใช้งานอย่างไรให้ถูกต้อง?

เวลาเดินเข้าร้านขายวัสดุก่อสร้างหรือสั่งซื้อเหล็กเข้าหน้างาน คำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยคือ “เหล็กชนิดนี้เรียกว่าอะไร?” และ “ต้องเลือกใช้แบบไหนถึงจะเหมาะกับงาน?” เพราะเหล็กในท้องตลาดมีมากมายหลายทรง แต่ละประเภทก็ออกแบบมาให้รับแรงและใช้งานต่างกันสิ้นเชิง

บทความนี้สรุป 5 หมวดหมู่เหล็กยอดนิยมในท้องตลาด พร้อมเทคนิคการเลือกใช้งานมาให้ครบ จบ ในที่เดียวครับ!

1. เหล็กเสริมคอนกรีต (Reinforcing Steel)

เหล็กกลุ่มนี้คือหัวใจหลักของงานโครงสร้าง ทำหน้าที่ประสานและรับแรงดึงร่วมกับคอนกรีต

  • เหล็กเส้นกลม (Round Bar – RB): ผิวเรียบมัน หน้าตัดกลม ดัดง่าย นิยมใช้ทำเหล็กปลอกรัดเสา เหล็กปลอกคาน หรือโครงสร้างเล็กๆ ที่ไม่ต้องรับแรงดึงสูง (ขนาดฮิต: RB6, RB9)

  • เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar – DB): มีบั้งหรือครีบตลอดเส้น เพื่อช่วยในการยึดเกาะกับเนื้อคอนกรีต ใช้ทำโครงสร้างหลัก เช่น เสา คาน ฐานราก (ขนาดฮิต: DB12, DB16, DB20, DB25 เกรด SD40)

  • ตะแกรงเหล็ก / วายเมช (Wire Mesh): ตะแกรงเหล็กสำเร็จรูป ใช้สำหรับปูรองพื้นก่อนเทคอนกรีต ช่วยป้องกันการแตกร้าวของพื้นบ้านและงานถนน

2. เหล็กรูปพรรณขึ้นรูปเย็น (Cold-Formed Steel)

เหล็กกลวงน้ำหนักเบา ขึ้นรูปในอุณหภูมิปกติ เชื่อมและตัดแต่งง่าย เหมาะสำหรับงานโครงสร้างเบา โครงหลังคา และงานตกแต่ง

  • เหล็กกล่องสี่เหลี่ยม (Square Steel Tube): ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ใช้ทำเสาอาคารขนาดเล็ก โครงหลังคา นั่งร้าน หรือประตู

  • เหล็กกล่องแบน (Rectangular Steel Tube): ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า (เหล็กกล่องไม้ขีด) นิยมใช้ทำโครงแป แปหลังคา งานตกแต่ง และราวกันตก

  • เหล็กท่อดำ / แป๊บดำ (Round Steel Tube): ท่อทรงกลมกลวง ทนแรงดันและแรงบิดได้ดี ใช้ทำนั่งร้าน งานโครงสร้างทั่วไป และงานส่งน้ำ

  • เหล็กตัวซี (C-Channel): หน้าตัดรูปตัว C รับน้ำหนักได้ดี ยอดนิยมที่สุดสำหรับการทำแปหลังคาและโครงผนังเบา

3. เหล็กรูปพรรณขึ้นรูปร้อน (Hot-Rolled Structural Steel)

เหล็กโครงสร้างขนาดใหญ่ ผ่านการขึ้นรูปขณะเหล็กยังร้อนจัด มีความหนา แข็งแกร่งสูง และรับน้ำหนักได้มหาศาล

  • เหล็ก H-Beam: หน้าตัดรูปตัว H กว้างเท่ากัน ใช้ทำเสาและคานอาคารขนาดใหญ่ โรงงานอุตสาหกรรม หรือคอนโดมิเนียม

  • เหล็ก I-Beam: หน้าตัดรูปตัว I ปีกจะป้านออกและหนากว่าตรงกลาง นิยมใช้ทำรางเครน งานเครื่องจักร หรือคานรับน้ำหนักแนวตั้ง

  • เหล็ก Wide Flange (WF): คล้าย H-Beam แต่ปีกแคบกว่าเล็กน้อย ใช้กับงานเสาและคานโครงสร้างเหล็กทั่วไป

  • เหล็กฉาก (Angle Bar): หน้าตัดรูปตัว L (90 องศา) ใช้ทำโครงทรัส (Truss) เสาส่งไฟฟ้า หรือโครงแท่นเครื่องจักร

  • เหล็กรางน้ำ (Channel Steel): หน้าตัดรูปตัว U นิยมใช้ทำคานรับน้ำหนัก งานบันได และโครงสร้างบันไดเหล็ก

4. เหล็กแบนและเหล็กแผ่น (Plates & Sheets)

เหล็กรูปทรงระนาบ ใช้สำหรับปูพื้น หรือนำไปตัดขึ้นรูปเป็นชิ้นส่วนเฉพาะทาง

  • เหล็กแผ่นดำ (Hot Rolled Sheet): แผ่นเรียบหนา มีหลายความหนา ใช้ปูพื้นโรงงาน ทำถังบรรจุขนาดใหญ่ หรือตัดเป็นเพลตหัวเสา

  • เหล็กแผ่นลาย / แผ่นตีนไก่ (Checkered Plate): มีลายนูนป้องกันการลื่น เหมาะทำพื้นบันได พื้นสะพาน หรือพื้นรถบรรทุก

  • เหล็กแบน (Flat Bar): เหล็กแผ่นตัดเป็นเส้นยาว นิยมใช้ทำเหล็กดัดระเบียง เชื่อมยึดโครงสร้าง หรือทำชิ้นส่วนตกแต่ง

5. เหล็กชุบเคลือบป้องกันสนิม (Coated Steel)

เหล็กที่ผ่านการเคลือบสารป้องกันสนิมมาตั้งแต่โรงงาน ช่วยประหยัดเวลาและค่าทาสีรองพื้นหน้างาน

  • เหล็กกัลวาไนซ์ (Galvanized Steel): เหล็กเคลือบสังกะสี ทนการกัดกร่อนสูง เหมาะกับงานกลางแจ้ง งานโครงหลังคา หรือพื้นที่ชื้นสูง

  • แผ่นเมทัลชีท (Metal Sheet): เหล็กแผ่นเคลือบอลูซิงค์ นำมารีดลอน ใช้ทำหลังคา ฝ้า และผนังอาคาร รวดเร็วและน้ำหนักเบา

 

สรุปคำแนะนำก่อนเลือกซื้อ

ในการเลือกใช้งานเหล็กทุกครั้ง ควรยึดตามแบบวิศวกรรม (BOQ) เป็นหลัก และที่สำคัญที่สุดคือต้องเลือกใช้ “เหล็กเต็ม” ที่ได้มาตรฐาน มอก. จากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของอาคารบ้านเรือนครับ

งานใหญ่ งานโรงงาน งานโกดัง ไม่ต้องรอของนาน

พร้อมบริการจัดส่งถึงหน้างาน
ทักมาสอบถามขนาด และราคาได้เลยค่ะ
สอบถามได้ค่ะ? พร้อมให้คำปรึกษาค่ะ
ยส
ยิ่งใหญ่ สติล
จะรีบตอบกลับโดยเร็วที่สุดค่ะ
พร้อมบริการจัดส่งถึงหน้างาน ทักมาสอบถามขนาด และราคาได้เลยค่ะ