เวลาเดินเข้าร้านขายวัสดุก่อสร้างหรือสั่งซื้อเหล็กเข้าหน้างาน คำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยคือ “เหล็กชนิดนี้เรียกว่าอะไร?” และ “ต้องเลือกใช้แบบไหนถึงจะเหมาะกับงาน?” เพราะเหล็กในท้องตลาดมีมากมายหลายทรง แต่ละประเภทก็ออกแบบมาให้รับแรงและใช้งานต่างกันสิ้นเชิง
เหล็กกลุ่มนี้คือหัวใจหลักของงานโครงสร้าง ทำหน้าที่ประสานและรับแรงดึงร่วมกับคอนกรีต
เหล็กเส้นกลม (Round Bar – RB): ผิวเรียบมัน หน้าตัดกลม ดัดง่าย นิยมใช้ทำเหล็กปลอกรัดเสา เหล็กปลอกคาน หรือโครงสร้างเล็กๆ ที่ไม่ต้องรับแรงดึงสูง (ขนาดฮิต: RB6, RB9)
เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar – DB): มีบั้งหรือครีบตลอดเส้น เพื่อช่วยในการยึดเกาะกับเนื้อคอนกรีต ใช้ทำโครงสร้างหลัก เช่น เสา คาน ฐานราก (ขนาดฮิต: DB12, DB16, DB20, DB25 เกรด SD40)
ตะแกรงเหล็ก / วายเมช (Wire Mesh): ตะแกรงเหล็กสำเร็จรูป ใช้สำหรับปูรองพื้นก่อนเทคอนกรีต ช่วยป้องกันการแตกร้าวของพื้นบ้านและงานถนน
เหล็กกลวงน้ำหนักเบา ขึ้นรูปในอุณหภูมิปกติ เชื่อมและตัดแต่งง่าย เหมาะสำหรับงานโครงสร้างเบา โครงหลังคา และงานตกแต่ง
เหล็กกล่องสี่เหลี่ยม (Square Steel Tube): ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ใช้ทำเสาอาคารขนาดเล็ก โครงหลังคา นั่งร้าน หรือประตู
เหล็กกล่องแบน (Rectangular Steel Tube): ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า (เหล็กกล่องไม้ขีด) นิยมใช้ทำโครงแป แปหลังคา งานตกแต่ง และราวกันตก
เหล็กท่อดำ / แป๊บดำ (Round Steel Tube): ท่อทรงกลมกลวง ทนแรงดันและแรงบิดได้ดี ใช้ทำนั่งร้าน งานโครงสร้างทั่วไป และงานส่งน้ำ
เหล็กตัวซี (C-Channel): หน้าตัดรูปตัว C รับน้ำหนักได้ดี ยอดนิยมที่สุดสำหรับการทำแปหลังคาและโครงผนังเบา
เหล็กโครงสร้างขนาดใหญ่ ผ่านการขึ้นรูปขณะเหล็กยังร้อนจัด มีความหนา แข็งแกร่งสูง และรับน้ำหนักได้มหาศาล
เหล็ก H-Beam: หน้าตัดรูปตัว H กว้างเท่ากัน ใช้ทำเสาและคานอาคารขนาดใหญ่ โรงงานอุตสาหกรรม หรือคอนโดมิเนียม
เหล็ก I-Beam: หน้าตัดรูปตัว I ปีกจะป้านออกและหนากว่าตรงกลาง นิยมใช้ทำรางเครน งานเครื่องจักร หรือคานรับน้ำหนักแนวตั้ง
เหล็ก Wide Flange (WF): คล้าย H-Beam แต่ปีกแคบกว่าเล็กน้อย ใช้กับงานเสาและคานโครงสร้างเหล็กทั่วไป
เหล็กฉาก (Angle Bar): หน้าตัดรูปตัว L (90 องศา) ใช้ทำโครงทรัส (Truss) เสาส่งไฟฟ้า หรือโครงแท่นเครื่องจักร
เหล็กรางน้ำ (Channel Steel): หน้าตัดรูปตัว U นิยมใช้ทำคานรับน้ำหนัก งานบันได และโครงสร้างบันไดเหล็ก
เหล็กรูปทรงระนาบ ใช้สำหรับปูพื้น หรือนำไปตัดขึ้นรูปเป็นชิ้นส่วนเฉพาะทาง
เหล็กแผ่นดำ (Hot Rolled Sheet): แผ่นเรียบหนา มีหลายความหนา ใช้ปูพื้นโรงงาน ทำถังบรรจุขนาดใหญ่ หรือตัดเป็นเพลตหัวเสา
เหล็กแผ่นลาย / แผ่นตีนไก่ (Checkered Plate): มีลายนูนป้องกันการลื่น เหมาะทำพื้นบันได พื้นสะพาน หรือพื้นรถบรรทุก
เหล็กแบน (Flat Bar): เหล็กแผ่นตัดเป็นเส้นยาว นิยมใช้ทำเหล็กดัดระเบียง เชื่อมยึดโครงสร้าง หรือทำชิ้นส่วนตกแต่ง
เหล็กที่ผ่านการเคลือบสารป้องกันสนิมมาตั้งแต่โรงงาน ช่วยประหยัดเวลาและค่าทาสีรองพื้นหน้างาน
เหล็กกัลวาไนซ์ (Galvanized Steel): เหล็กเคลือบสังกะสี ทนการกัดกร่อนสูง เหมาะกับงานกลางแจ้ง งานโครงหลังคา หรือพื้นที่ชื้นสูง
แผ่นเมทัลชีท (Metal Sheet): เหล็กแผ่นเคลือบอลูซิงค์ นำมารีดลอน ใช้ทำหลังคา ฝ้า และผนังอาคาร รวดเร็วและน้ำหนักเบา
ในการเลือกใช้งานเหล็กทุกครั้ง ควรยึดตามแบบวิศวกรรม (BOQ) เป็นหลัก และที่สำคัญที่สุดคือต้องเลือกใช้ “เหล็กเต็ม” ที่ได้มาตรฐาน มอก. จากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของอาคารบ้านเรือนครับ